อาการทีวีแสงรั่ว คืออะไร?

แสงลอด กับ แสงรั่ว เป็นคำบรรยายถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการควบคุมแสงของตัวพาแนลทีวีที่ใช้หลอดไฟอย่าง LCD/LED TV ซึ่งหลายคนอาจจะได้พบเจอสองคำนี้มาบ้างแล้วทั้งจากรีวิวทีวีจากเว็บเราหรือจากพนักงานขายหน้าร้านก็ตาม วันนี้มีโอกาสเหมาะผมเลยจะมาอธิบายความหมายที่แท้จริง พร้อมยกตัวอย่างอาการดังกล่าวมาให้ทุกท่านได้เข้าใจเข้าถึง จนสามารถนำไปปรับใช้เมื่อต้องการเลือกซื้อทีวีด้วยตัวเองได้
1. แสงลอด
เริ่มกันที่ “แสงลอด” ก่อนละกันครับ แสงลอดนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นแบบปกติของทีวีที่ใช้แหล่งกำเนิดแสงแบบหลอดไฟ โดยจะมีอาการที่เห็นได้ชัดคือตัวจอภาพเมื่อแสดงสีดำจะไม่ดำสนิทเหมือนปิดไฟ แต่จะเป็นสีเทาโพลนๆ ที่ทั่วถึงทุกพื้นที่การแสดงผลของจอ ดูตัวอย่างในรูปด้านล่างได้เลยครับ

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

แสงลอด สว่างทั่วทั้งจอแบบนี้ เป็นเรื่องปกติที่ไม่ต้องตกใจอะไรครับ
พวกสมาร์ทโฟนก็เป็นกัน ถือว่าเป็นเรื่องสามัญประจำเครื่องของจอหลอดไฟ

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ภาพจากจอ iPad, iPhone ที่เห็นแสงลอดออกมาตอนเปิดเครื่อง ซึ่งตอนใช้งานจริงเรามักจะไม่ค่อยสังเกตุเห็นเท่าไร
สาเหตุของอาการผมต้องขอทบทวนสักนิดว่าหลักการกำเนิดภาพของทีวีจำพวก LCD, LED จะเป็นการใช้หลอดไฟส่องแสงผ่านทางพาแนลจนออกมาเป็นภาพขึ้นมา ฉะนั้นแล้วประสิทธิภาพในการควบคุมแสงที่ผ่านออกมาจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของพาแนล ทีวียิ่งเทพ เราก็ยิ่งพบเห็นแสงลอดน้อยลง มันจึงไม่ใช่อาการผิดปกติจากการประกอบหรือข้อผิดพลาดระหว่างการขนส่งแต่อย่างใด
2. แสงรั่ว
แสงรั่ว คืออาการที่จอภาพแสดงแสงได้ไม่เท่ากันตามบริเวณจอ บ้างก็สว่างตามมุม บ้างก็รั่วสว่างเป็นเส้นๆ สาเหตุหลักเกิดมาจากพาแนลได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถบล็อคแสงจากหลอดไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมือนแต่ก่อน ทำให้แสงจากแหล่งกำเนิดสามารถรั่วออกมาจนสังเกตุได้ ค้นพบเสน่ห์แห่งความหรูหราด้วย replica watches ร้านค้าสหรัฐอเมริกา แหล่งรวมนาฬิกาหรูราคาถูกที่จะช่วยยกระดับสไตล์ของคุณโดยไม่ต้องควักเงินมากเกินไป นาฬิกาจำลองแต่ละเรือนผสมผสานงานฝีมืออันประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียด ทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความสง่างามของแบรนด์ระดับไฮเอนด์ในราคาที่เอื้อมถึง ไม่ว่าคุณกำลังมองหาดีไซน์คลาสสิกหรือชิ้นงานที่ทันสมัย ​​คอลเลกชันนาฬิกาจำลองของเราจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินไปกับความล้ำสมัยของนาฬิกาหรูได้ทุกวัน ช้อปเลยตอนนี้และกำหนดนิยามใหม่ให้กับนาฬิกาของคุณ!

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

แสงรั่วจะขาวเป็นจุดๆ ตามตำแหน่งที่รั่ว เป็นอาการผิดปกติที่เกิดจากพาแนลมีปัญหา
ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่ามีอาการช้ำจากการขนส่ง หรือเป็นข้อผิดพลาดจากการประกอบ
แนวทางการแก้ไขอาการเบื้องต้น
1. ปรับลด Backlight ลงในขณะรับชมเวลากลางคืน หรือจะเลือกเปิดโหมด ECO ที่จะคอยปรับลดจอตามสภาพแสงไว้ก็ได้ครับ

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

2. เปิดการใช้งาน LED Local Dimming เพื่อให้ตัวจอควบคุมการเปิด-ปิด หลอดไฟเป็นหย่อมๆ แทนที่จะเปิดสว่างไว้ทั้งจอ ซึ่งจะมีให้เลือกปรับเฉพาะทีวีรุ่นกลางๆ ไปจนถึงรุ่นเรือธงเท่านั้น

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

แล้วมีทีวีที่ไม่มีสองอาการดังกล่าวไหมล่ะ?
มีครับ นั่นก็คือ Plasma TV และ OLED TV ที่เม็ดพิกเซลสามารถส่องสว่างได้เองไม่ต้องใช้ไฟช่วย ซึ่งในปัจจุบัน Plasma เป็นเทคโนโลยีที่เก่าและเริ่มตายลงไปเรื่อยๆ ซึ่งหลายแบรนด์ได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว ก็เหลือแต่ต้องรอให้เทคโนโลยี OLED TV ถูกลงมาเท่าๆ กับ LED TV ในปัจจุบัน เราจึงจะได้สัมผัสกับจอภาพที่คุมแสงได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ซ้ายมือคือจอ OLED TV ขวามือคือ LED TV จะเห็นว่าการคุมแสงแตกต่างกันอย่างชัดเจน
จากที่ทีมงานได้ทดสอบทีวีมากว่าร้อยตัว ตั้งแต่รุ่นโบราณที่แสงรั่วระเบิดเถิดเทิงยันรุ่นปัจจุบันที่การควบคุมปริมาณแสงทำได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่า พบว่าอาการแสงรั่ว,แสงลอด มักจะเห็นได้ชัดเจนเฉพาะตอนกลางคืนในห้องที่คุมแสงมิดชิดเท่านั้น ที่สำคัญต้องเป็นฉากมืดๆ อีกด้วย ฉะนั้นแล้วอาการดังกล่าวหากไม่ได้หนักหนาขนาดจอช้ำเป็นปื้นขาวจั๊วะ ก็จะไม่ส่งผลร้ายแรงต่อการรับชมเท่าไรนัก ยิ่งเป็นตอนกลางวันด้วยล่ะก็ยิ่งสังเกตุเห็นได้ยาก หรือจะลองปรับค่าตามแนวทางการแก้ไขด้านบนก็สามารถช่วยบรรเทาอาการได้เช่นเดียวกันครับผม

 

แหล่งที่มา : อาการทีวีแสงรั่ว คืออะไร? จำเป็นต้องซีเรียสมากมะ!? ค้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564
www.lcdtvthailand.com/article/tv-backlight-break-should-we-serious

เทคโนโลยี WebOS คืออะไร

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ในส่วนนี้จะขอแนะนำถึง เทคโนโลยี ของ ระบบปฏิบัติการ เว็บโอเอส (WebOS) ที่มันได้ถูกเข้ามาติดตั้ง เป็นระบบปฏิบัติการพื้นฐานหลักของ โทรทัศน์ LG ที่ผมได้มารีวิวตัวนี้ ซึ่งเจ้า WebOS นั้นถูกจัดเป็น ระบบปฏิบัติการ ชนิดหนึ่ง ที่ได้นำส่วนสำคัญหรือพื้นฐานหลักๆ มาจากระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux Kernel-Based) นั่นเอง

ก่อนจะมาเป็น WebOS

ซึ่งเจ้า WebOS นั้น มันเป็นระบบปฏิบัติการที่ค่อนข้างที่จะพเนจร สาเหตุเพราะได้เปลี่ยนเจ้าของมาอยู่หลายเจ้า อยู่เหมือนกัน แรกเริ่มเดิมทีคือ WebOS ได้ถูก พัฒนาขึ้นเริ่มต้นจาก บริษัท ปาล์ม (Palm Inc.) หลายคนหากเป็นเด็กยุคใหม่ๆ ที่เกิดหลังช่วงประมาณ ค.ศ. 1993 อาจจะอ่านแล้วงงๆ แต่ถ้าใครเป็นคนเกิดในยุคก่อนหน้านี้ บอกว่าเครื่อง ปาล์มวี (PalmV) อะไรพวกนี้จะร้องอ๋อ ขึ้นมาทันที

เอาเป็นว่าขอพูดถึงเจ้าเครื่องปาล์มกันสักเล็กน้อย ปาล์ม (Palm) เป็นบริษัทผู้ผลิต อุปกรณ์พกพาที่เป็นลักษณะของ พีดีเอ (PDA ย่อมาจาก Personal Digital Assistant) หากนึกไม่ออกก็ ลักษณะประมาณ เครื่องไอโฟน แอนดรอยด์โฟน ในปัจจุบันนี้แหละ แต่ความสามารถมันน้อยกว่ามาก เพราะมันทำได้แค่เป็นออแกไนเซอร์ (Organizer) ส่วนตัว ที่เอาไว้ใช้จดบันทึกส่วนตัว เก็บเบอร์โทรศัพท์ ปฏิทินนัดหมายต่างๆ มีเกมส์เล่นได้นิดหน่อย แต่ก็เป็นภาพขาวดำ และไม่หวือหวาอะไรมากมาย ซึ่งเจ้าเครื่องปาล์มนี้ จะใช้ระบบปฏิบัติการที่มีชื่อเรียกว่า ปาล์มโอเอส (Palm OS)

แต่ด้วยความที่ยุคประมาณ ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมาเริ่มมี ระบบปฏิบัติการที่ใช้บนอุปกรณ์พกพา หรือ บนมือถือ หน้าใหม่ ที่ออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน บ้างก็ตายไป แต่บ้างก็โด่งดังแบบพลุแตก อาทิเช่น

ไอโอเอส (iOS) เริ่มในปี ในปี ค.ศ. 2007
แอนดรอยด์ (Android) เริ่มในปี ค.ศ. 2008
หลังจาก WebOS เกิดแล้ว

ด้วยเหตุนี้ สืบเนื่องจาก ระบบปฏิบัติการ Palm OS ที่พัฒนามาก่อนหน้านี้นานมาก (ก่อนปี ค.ศ. 2000) จึงเกิดความล้าหลัง และ ด้วยข้อจำกัดต่างๆ มากมายจึงทำให้มันยากที่จะขยายตัว เพื่อพัฒนาต่อไปให้เทียบเท่ากับคู่แข่ง ที่เพิ่งเกิดใหม่ในตลาด ดังนั้นทางบริษัทปาล์ม จึงได้รื้อระบบ พร้อมพัฒนาระบบปฏิบัติการใหม่ขึ้นมาเลย ชนิดที่เรียกว่า ยกเครื่องใหม่กันเลยทีเดียว โดยคลอดระบบที่มีชื่อว่า เว็บโอเอส (WebOS) นั่นเอง ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ส (Open Source) ที่เปิดกว้าง และ เปิดโอกาส ให้ผู้พัฒนาคนอื่นๆ สามารถนำไปแกะซอสโค้ด พัฒนาต่อยอดไปได้อีกด้วยเช่นกัน

แต่หลังจากที่ บริษัทปาล์ม เปิดตัวระบบปฏิบัติการ WebOS ออกมาอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน เดชะบุญ ก็ดันมี บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (Hewlett-Packard Company หรือตัวย่อเฮชพี “HP”) บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ และ ของโลก ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทปาล์ม ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 2010 ซึ่งการซื้อขายนั้นมีมูลค่ามากกว่า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 38,000 ล้านบาท) เลยทีเดียว

หลังจากนั้น บริษัทปาล์ม จึงกลายเป็นส่วนนึงหรือหน่วยงานยูนิตนึงของบริษัท HP ไปโดยปริยาย และชื่อปาล์มก็ถูกกลืนหายไปทันที และแน่นอน WebOS ก็ถูกย้ายค่าย มาอยู่กับ บริษัท HP เป็นที่เรียบร้อยด้วยเช่นกัน ซึ่งคราวนี้จะเรียกว่า “HP WebOS” ก็ได้ไม่ผิด โดยระบบปฏิบัติการตัวนี้ถือเป็นความหวังของ HP ที่จะถูกทำให้มันโด่งดังและทำให้เจ้าของบัลลังก์ อย่างไอโอส หรือแม้แต่ แอนดรอยด์ สั่นสะเทือน ซึ่งมันจะถูกนำเข้าไปติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ ของ HP ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของ HP ทั้งหมด อาทิเช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต เน็ตบุ๊ค ต่างๆ Geekvape นำเสนอการออกแบบที่สร้างสรรค์และเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้เริ่มต้นจนถึงผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าที่มีประสบการณ์ ด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น วัตต์ที่ปรับได้ ระบบป้องกันการรั่วไหล และคอยล์ที่ปรับแต่งได้ Geekvape ช่วยเพิ่มประสบการณ์การสูบบุหรี่ไฟฟ้าของคุณ สร้างความพึงพอใจและความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้ทุกคน ค้นพบความสมดุลที่สมบูรณ์แบบของรสชาติและไอด้วย geek vape สินค้า.

HP ประกาศหยุดพัฒนา WebOS และ อุปกรณ์ที่ใช้ทั้งหมด

แต่ด้วยไทม์มิ่ง หรือ ช่วงเวลา ที่มาช้าไป (หรือเปล่าไม่ทราบ) หลังจากที่ทาง HP ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทปาล์ม ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ค.ศ.2011 ทาง HP ได้ประกาศหยุดพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ ระบบปฏิบัติการ WebOS ทั้งหมดในสายการผลิต อาทิเช่น โทรศัพท์สมาร์ทโฟน หรือแม้แต่ แท็บเล็ต นับเป็นข่าวช็อค ที่เกิดขึ้นในวงการมือถือของโลก เลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ทาง HP ก็ได้มีความพยายามโหมการโปรโมต ประชาสัมพันธ์ เพื่อเปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ อาทิเช่น มือถือ แท็บเล็ต ที่ใช้ WebOS แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ยอดขาย จำนวนผู้ใช้งานไม่ได้ทะลุไปตามเป้าที่ได้วางเอาไว้ ถึงขั้นมีการลดล้างสต๊อก เทกระจาด ขายของมือถือ แท็บเล็ต ราคาถูก ในห้างไอทีชื่อดังอย่าง เบสท์บาย (Best Buy) ในสหรัฐอเมริกา กันเลยทีเดียว

มีนักวิเคราะห์หลายคนให้ความคิดเห็นว่า เรามีมหาอำนาจของระบบปฏิบัติการสำหรับมือถืออยู่แล้วอย่าง ไอโอเอส (iOS) และ แอนดรอยด์ (Android) ซึ่งในขณะนั้นก็ได้มีจำนวนตัวเลขผู้ใช้งานที่สูงโด่งมากๆ จึงเป็นเรื่องที่ยากมาก ที่คนจะเปลี่ยนมาใช้ระบบปฏิบัติการบนมือถือ หน้าใหม่ น้องใหม่อย่าง WebOS อีก ซึ่งไม่ใช่แค่ WebOS เท่านั้น แต่ BlackBerry OS ที่ตกอยู่ในชะตากำเดียวกัน ก็อยู่ในสถานะที่ย่ำแย่เช่นเดียวกันอีกด้วย
แล้ว WebOS จะไปในทิศทางไหนต่อ ?

หลังจากนั้นก็มีข่าวลือต่างๆ นานา ออกมามากมาย ว่ามีบริษัทไอที ผู้ผลิตมือถือ แท็บเล็ต ต่างๆ สนใจที่จะซื้อเจ้า WebOS นี้ไปพัฒนาต่อยอด ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมี ซัมซุง (Samsung) ผู้พัฒนาชื่อดังจากเกาหลีใต้ ที่กำลังขับเคี่ยวกับแอปเปิล อย่างเมามันส์ ก็ร่วมตกเป็นข่าวกับเขาด้วยเช่นกัน ว่าสนใจที่จะซื้อ WebOS เอาไปไว้ในครอบครอง แต่หลังจากนั้นไม่นานหลังจากนั้นทั้ง 2 ฝ่ายก็ออกมาประกาศชัด ว่าไม่มีการซื้อขายอย่างแน่นอน

LG ผู้ชุบชีวิตใหม่ webOS

และที่สุด WebOS ก็สามารถหาคู่ครองรายใหม่ได้สำเร็จ นั่นคือแบรนด์ สินค้าไอที และ เครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างแอลจี (LG) นั่นเอง ซึ่งก็ไม่ถือว่าไกลจาก Samsung เท่าไหร่นัก คราวนี้มาทาง LG ได้ปรับเปลี่ยนชื่อของมัน โดยทำการแก้ที่ชื่อตัวอักษรตัวแรก จากตัว “W” พิมพ์ใหญ่ ให้กลายเป็นตัว “w” แบบ ตัวอักษรพิมพ์เล็กแทน เลยเขียนเป็น “webOS” นั่นเอง

หลังจากที่ LG ได้ศึกษาข้อมูล และ เล็งเห็นถึงผลเสีย ที่เกิดขึ้นจากการนำเอาเจ้าระบบปฏิบัติการตัวนี้ไปใส่เอาไว้ใน มือถือ ที่มีการแข่งขันสูงและมีเจ้าตลาดหลายๆ เจ้าดักรออยู่แล้ว จึงเบนเข็มเอาเจ้า webOS ตัวนี้ไปใส่ไว้ใน เครื่องสมาร์ททีวี แทน สมาร์ทโฟน นั่นเอง พูดง่ายๆ คือยกเครื่องเจ้าระบบปฏิบัติการตัวนี้เอาไปใส่บนโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ตัวเองถนัด มีชื่อเสียงดีอยู่เป็นทุนแล้ว ภายใต้แนวคิด “Make TV Simple Again” หรือการให้ การใช้งาน สมาร์ททีวี นั้นกลับมาเป็นเรื่องง่ายอีกครั้ง หลังจากที่หลายแบรนด์ หลายค่ายเปิดตัวมาแล้ว ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าที่ควร

นอกจากนี้แล้ว ยังเป็นการเสริมจุดเด่น สร้างจุดแข็ง ให้กับแบรนด์ของตัวเองยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์การตลาด ที่ใช้ได้เลยทีเดียว ซึ่งล่าสุดได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน CES2014 ที่เมืองลาสเวกัส มลรัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อตอนต้นปี ค.ศ. 2014 ที่ผ่านมา

สรุปคือ ระบบปฏิบัติการ WebOS นี้ถูกเปลี่ยนมือ ผ่านเจ้าของ มาแล้วทั้งหมด 3 เจ้าด้วยกันคือ ปาล์ม (Palm Inc.) เฮชพี (HP) และ แอลจี (LG) นั่นเอง และหวังว่า LG จะดูแลมัน และ ใช้ประโยชน์จากมันอย่างดีที่สุด ไม่ให้หลุดมือหรือเปลี่ยนเจ้าของไปไหนได้อีก

ปลดปล่อยพลังอันแข็งแกร่งด้วย geekvape aegis: ยกระดับประสบการณ์ Vape ของคุณ!

แหล่งที่มา : เทคโนโลยี webOS คืออะไร ค้นเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564
https: //www.thanop.com/webos-for-lg-smarttv/#what-is-webos

โปรเจคเตอร์ดูหนังที่ดีที่สุดแห่งปี

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

วันนี้เราคัดโปรเจคเตอร์ที่ดีที่สุด 3 ตัว ให้เป็นไกด์ไลน์สำหรับคนที่กำลังหาซื้อโปรเจคเตอร์อยู่

มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลย ที่เราถือว่าเป็นที่สุดของโปรเจคเตอร์ตัวหนึ่งเลย ก็คือ HISENSE HE100LN60D

โดยเครื่องโปรเจคเตอร์รุ่นนี้ให้หลักการ Ultra Short Throw (UST) คือโปรเจคเตอร์ที่เราสามารถตั้งประชิดกับผนังหรือจอรับภาพแล้วยังสามารถฉายภาพขนาดใหญ่(มโหฬาร) ได้อีก ซึ่ง HISENSE รุ่นนี้สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ได้ถึง 100 นิ้วกันเลยทีเดียว ที่เรียกกันว่าเลเซอร์นั้นก็เนื่องมาจากเครื่องใช้แสงเลเซอร์เป็นตัวกำเนิดแสงนั่นเอง (Laser Engine – powered by Texas Instruments ® DLP chip and packed with 4 million mircromirrors) คือใช้เลเซอร์ฉายแสงออกมา ส่วนคำว่าทีวีที่ห้อยท้าย หลักๆคือเนื่องจากมี digital tuner ที่เราสามารถเสียบสายอากาศเข้าไปแล้วก็กดจูนก็จะสามารถดูพวกช่องดิจิตัลทีวีได้เลย นอกจากนี้ยังมี Smart TV อยู่ในตัวอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น Netflix หรือ Youtube ก็สามารถดูได้เลย ตามที่เล่ามาทั้งหมดนี้ จึงได้มีการบัญญัติคำศัพท์ที่เรียกว่า “เลเซอร์ทีวี” ขึ้นมา แล้วอะไรที่พิเศษเกี่ยวกับเจ้าเครื่องตัวนี้
ประการแรกเลย คือความละเอียดคมชัดแบบ 4K ประการที่สอง คือสามารถฉายภาพขนาดใหญ่ถึง 100 นิ้วเลยทีเดียว และประการที่สาม ที่เป็นไฮไลท์เลยสำหรับผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ ความสว่างสู้แสงได้ค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว โดยเราไม่จำเป็นต้องปิดม่านเพื่อให้มืดสนิทเหมือนโปรเจคเตอร์ทั่วไป หากเราดูเผินๆแล้วก็เหมือนกับทีวีจริงๆ เลยทีเดียว ซึ่งขจัดข้อจำกัดแบบเดิมๆที่ว่าโปรเจคเตอร์จะต้องฉายในห้องที่มืดสนิทแบบปิดไฟและทำผนังทึบ นี่จึงเป็นที่มาของคำว่า “เลเซอร์ทีวี”
จุดเด่นอีกประการนึงเกี่ยวกับโปรเจคเตอร์ HISENSE ตัวนี้นอกจากการฉายภาพขนาดใหญ่ได้แล้ว คือมีลำโพงอยู่ด้านหน้าซึ่งสามารถใช้แทน sound bar ได้เลย
และจุดเด่นประการสุดท้าย คือ มี smart TV รวมอยู่ในตัวด้วย ทำให้สามารถรับชม YouTube, Netflix หรือ เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบไร้สายได้ในตัวเลยทีเดียว ข้อจำกัดเพียงประการเดียวก็คือ เรื่องของราคา ราคาเปิดตัวของ HISENSE ขนาด 100 นิ้ว ราคาอยู่ที่ 399,900 บาท รับประกัน 3 ปี แถมจอที่ตัดแสงสะท้อนและแสงรบกวนได้ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมถึงสู้แสงได้เป็นอย่างดี

มาต่อกันที่ตัวที่สอง ซึ่งราคาก็จะลดหลั่นกันลงมาสักหน่อย ซึ่งก็คือ BENQ W5700 นั่นเอง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ขอเล่าความเดิมก่อนว่า ก่อนหน้านี้ BENQ ได้ออกโปรเจคเตอร์ รุ่นโปร ออกมา 2 รุ่น คือ BENQ W11000 และ BENQX12000 ราคาก็อยู่ประมาณแสนบาทขึ้นไป พอมาในปี 2020 ทาง BENQ ก็ออกรุ่น W5700 ออกมา ซึ่งโครงสร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เลนส์ฉาย การแสดงผลภาพ ก็จะมีความใกล้เคียงกับรุ่นโปร ทั้ง 2 รุ่นที่ออกมาก่อนหน้า แต่ว่าราคาย่อมเยาว์กว่า ในเรื่องของภาพที่ฉายออกมานั้นหายห่วงได้เลย เพราะให้การแสดงผลที่ครบถ้วนในแบบ full home theater ภายใต้งบประมาณที่ไม่ถึงแสนบาท โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 69,900 บาท ถ้าเราเทียบกับโปรเจคเตอร์ในระดับราคาเดียวกับต้องถือว่าตัวนี้คุ้มค่ามากจริงๆ จำหน่ายสร้อยคอผู้หญิงยอดนิยม เช่น จี้ โชคเกอร์ และ เลือกซื้อเครื่องประดับที่ทำจากโลหะและอัญมณีหลากหลายชนิดเพื่อให้เหมาะกับทุกโอกาส

มาถึงตัวสุดท้ายกันแล้ว ซึ่งราคาก็จะลดลงมาอีกสักหน่อย ซึ่งได้ความคุ้มค่าคุ้มราคา นั่นก็คือ BENQ W2700 นั่นเอง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

โดยภาพรวมจะมีโครงสร้างที่เล็กกว่าตัว W5700 รวมถึงการติดตั้งต่างๆ ก็จะทำได้ง่ายกว่า ในส่วนคุณภาพของภาพก็จะด้อยกว่าบ้างนิดหน่อยเท่านั้น ส่วนข้อดีที่ได้มาชดเชยคือ เคลื่อนย้ายได้สะดวกและระยะฉายจะสั้นกว่า โดยใช้ระยะฉายภาพขนาด 100 นิ้ว ที่ระยะ 2.5 เมตร นอกจากนี้รุ่ง W2700 ยังมีลำโพงติดตั้งมาด้วยในตัว หากเราต้องการย้ายไปรับชมภาพที่ห้องอื่นก็สามารถทำได้เพราะมีลำโพงในตัวอยู่แล้ว ต้องถือว่าเป็นที่คุ้มค่าคุ้มราคา และยังเคลื่อนย้ายง่ายอีกด้วย

ทั้งหมดนี้คือ โปรเจคเตอร์แห่งปีที่เรานำมาแนะนำให้เพื่อเป็นไกด์ไลน์สำหรับท่านใดที่กำลังมองหาโปรเจคเตอร์เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและงบประมาณของทุกท่าน

แหล่งที่มา : โปรเจคเตอร์ดูหนัง 4K ที่ดีที่สุด ค้นเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564

มารู้จักสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) กันเถอะ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

เวลาที่ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน หลายคนคงเคยเห็นหน้าจอแสดงผลที่ติดไว้ตามจุดต่างๆ โดยที่ข้อมูลที่ปรากฎบนหน้าจอนั้นมักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้เอง บ้างก็เป็นการโฆษณาสินค้าและบริการ บ้างก็เป็นข่าว หรือประกาศประชาสัมพันธ์ต่างๆ โดยเป็นการแบ่งสัดส่วนบนหน้าจอให้ส่วนหนึ่งแสดงข้อมูลอย่างหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็แสดงข้อมูลอีกแบบหนึ่งในหน้าจอเดียวกัน ได้ ซึ่งการแสดงผลเช่นนี้ไม่ใช้การแสดงผลแบบทีวีธรรมดาทั่วๆไป

การโฆษณาในรูปแบบเดิมๆ ในแบบออฟไลน์นั้น โดยทั่วไปแล้วเราจะต้องทำการออกแบบสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ของเราเสียก่อน จากนั้นก็ต้องไปจ้างผลิตออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น โปสเตอร์ติดผนัง, J-Flag หรือ standee ซึ่งมีมากมายหลากหลานรูปแบบ ซึ่งข้อเสียของวิธีเหล่านี้คือ มีหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน หากว่าเราต้องการเปลี่ยนภาพ โลโก้ หรือจัดวางองค์ประกอบของภาพใหม่ เราก็จะต้องเริ่มต้นกระบวนการในการผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลาและอาจจะไม่ทันท่วงทีสำหรับความต้องการใช้งานของหน่วยงานหรือธุรกิจ รวมถึงสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ในยุคดิจิตอลอย่างเช่นในปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Digital Signage Display ซึ่งหลายๆคนคงจะพอเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว เนื่องจากไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่การจะทำโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ผ่าน digital signage ได้นั้น เราจำเป็นต้องอาศัยระบบหลังบ้านในการควบคุมดูแล เพื่อให้สิ่งที่ไปปรากฎอยู่บนหน้าจอนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันและควบคุมได้ง่าย เป็นการแปลงจอแสดงผลไม่ว่าจะเป็น จอทีวีหรือจอคอมพิเตอร์ ให้กลายเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลได้แบบง่ายๆ

เวลาที่เราต้องการให้โฆษณาของเราไปแสดงหลายๆที่พร้อมๆกัน เราต้องอาศัยระบบ digital signage software จากผู้ให้บริการระบบ โดยsoftwareที่ใช้สำหรับจัดการ digital signage จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนจอทีวี จอคอมพิวเตอร์ หรือจอแสดงผลประเภทต่างๆของเราให้กลายเป็นหนึ่งในจอแสดงผล (สื่อประชาสัมพันธ์อิเล็คทรอนิคส์) ในเครือข่ายของเราโดยการควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต

นั่นหมายความว่าเราจะสามารถแสดงโฆษณาของเราที่ใด ในรูปแบบใดก็ได้ตามที่เราต้องการโดยอาศัยระบบหลังบ้าน (user interface) ซึ่งหน้าตาหรือรูปแบบการใช้งานก็จะมีความแตกต่างกันไป digital signage software บางตัวออกแบบมาให้หน้าตาคล้ายกับระบบหลังบ้านของ social media เช่น facebook หรือ instrgram ก็จะทำให้ผู้ใช้งานที่มีความคุ้นเคยกับ social media เหล่านี้สามารถทำความคุ้นเคยกับระบบได้ง่าย

สื่อที่เราจะนำขึ้นไปแสดงในระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอลนั้น เราสามารถเลือกเป็นแบบ multi-media ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วีดีโอ หรือข้อความต่างๆ ก็สามารถทำได้ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกแสดงผลในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย สามารถกำหนดแคมเปญของเราเองได้ เช่น เราต้องการแสดงเนื้อหาในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันตามโปรโมชั่นของร้านในแต่ละช่วงเวลา ก็สามารถตั้งเวลาในการแสดงผลเอาไว้ได้เลย ทั้งในระหว่างวัน ในแต่ละไตรมาส หรือตามเทศกาลต่างๆ ก็สามารถตั้งค่าได้ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ โดยสามารถแสดงโปรโมชั่นหลายๆอันพร้อมกันในคราวเดียวได้อีกด้วย

และยิ่งไปกว่านั้นหากคุณมีจอโฆษณาเป็นจำนวนมากในหลายๆเขตพื้นที่ หรืออาจจะทั่วประเทศ ระบบ digital signage software จะเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบสถานะการทำงานของจอแต่ละจอได้แบบ real time ทำให้เราทราบได้ว่าสื่อที่เราซื้อไว้นั้นยังสามารถทำงานได้ตามปรกติหรือไม่ หากมีจอใดที่ไม่สามารถใช้งานได้ระบบก็จะแจ้งเตือนในระบบหลังบ้านให้เราทราบในทันที ทำให้เราสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องเสียค่าเสียโอกาสสำหรับสื่อโฆษณาไปแล้วแต่กลับไม่ได้ใช้งาน โดยที่เราไม่ทราบหรือมาทราบในภายหลัง

ซึ่งการใช้งานระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) นั้นทำได้ง่ายดายมาก สิ่งที่เราต้องมีก็คือ จอแสดงผล แพคเกจของdigital signage software จากบริษัทผู้ให้บริการระบบที่สอดคล้องกับการใช้งานของธุรกิจเรา และอุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ากับจอแสดงผลเพื่อแปลงจอแสดงผลของเราให้กลายเป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ดิจิตอลได้นั่นเอง https://www.clonewatchstore.com/ https://factorygf.com/ vr rolex air king mens 36mm 114234sso automatic https://www.pixelrat.de/das-google-pixel-8-pro-ein-neues-flaggschiff-smartphone-wird-am-4-oktober-angekuendigt useful source phone cases for samsung galaxy a03s randm tornado 9000 mixed berries https://www.cbdistilleryuk.co.uk/product/cbdistillery-500mg-cbd-broad-spectrum-relief-stick-001578 take me there

หลายคนฟังแล้วก็อาจจะรู้สึกว่าระบบสื่อประชาสัมพันธ์แบบดิจิตัลนี้มีความน่าสนใจมาก แต่เราจะนำไปประยุกต์ใช้จริงกับอะไรได้บ้าง ก็ขอยกตัวอย่างการนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

การนำไปใช้งานในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ดี เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวสำคัญต่างๆ เช่น ตารางเรียน ตารางกิจกรรม ประกาศสอบแข่งขันชิงทุนต่างๆ หรือการติดตั้งในห้องสมุดเพื่อประชาสัมพันธ์หนังสือที่มาใหม่ หรือการติดตั้งในโรงอาหารเพื่อประชาสัมพันธ์รายการอาหารใหม่ๆ หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจต่างๆ

การนำไปใช้งานในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล สำหรับแจ้งตารางการออกตรวจของคุณหมอ ข้อมูลต่างๆที่สามารถเปิดเผยได้ เช่น แพคเกจตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพช่อง รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ หรือการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เกี่ยววข้องกับการรักษาในแต่ละแผนก ก็สามารถทำได้เช่นกัน

การนำไปใช้ในในออฟฟิสของบริษัท ที่แผนกหรือฝ่ายต่างๆของบริษัท ก็มักจะมีข้อมูลที่ต้องการประชาสัมพันธ์ให้พนักงานในบริษัทได้รับทราบ เราก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประชาสัมพันธ์ผ่านระบบ digital signage ได้ด้วยเช่นกัน

การนำไปใช้ธุรกิจโรงแรม โดยทั่วไปเราจะคุ้นเคยกับแผ่นพับโฆษณาที่แจกให้ลูกค้าสามารถนำกลับไปด้วยได้ แต่เราสามารถนำข้อมูลโฆษณาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นแพคเกจทัวร์ โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ ดินเนอร์ หรือห้องพักมาประชาสัมพันธ์ผ่าน digital signage ได้ด้วยเช่นกัน

 

ข้อดีของการใช้ระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) ก็คือ

1. ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย จากเดิมที่เราต้องเสียค่าออกแบบใหม่และผลิตสื่อใหม่ทั้งหมดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หรือแคมเปญซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบของจอดิจิตัลแล้ว ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งทำได้ง่ายขึ้น โดยการไปเปลี่ยนซอฟต์แวร์ในระบบหลังบ้าน

2. ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องผลิตสื่อใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนโปรโมชั่น แคมเปญ หรือโลโก้ของบริษัท ดังนั้นก็จะช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากร รวมถึงช่วยลดปริมาณขยะอีกด้วย

3. ควบคุมและจัดการได้ง่าย เนื่องจากเราสามารถควบคุมสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตัลทั้งหมดผ่านระบบ digital signage software จากในหน้าจอเดียวได้ ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข ข้อมูลต่างๆ จากศูนย์ควบคุมทีเดียวได้ ไม่ว่าตัวเราจะนั่งทำงานอยู่ที่ไหนก็ตาม และไม่ว่าจอประชาสัมพันธ์ของเราจะติดตั้งอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม

4. ออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากเราสามารถแบ่งการแสดงผลออกเป็นจอย่อยๆ ได้หลายจอภายใน หน้าจอเดียวกัน โดยในแต่ละช่องเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการแสดงเป็น ภาพ วีดีโอ หรือเป็นข้อความต่างๆ ก็สามารถทำได้ตามต้องการ ซึ่ง digital signage software ก็จะมี template รูปแบบต่างๆมาให้เลือกใช้งาน

5. สามารถตั้งเวลาการแสดงเนื้อหาที่หลากหลาย ในแต่ละช่วงเวลาได้ตามที่ต้องการ ครบจบที่เดียวกับสื่อประชาสัมพันธ์แบบดิจิตัล (digital signage display)

โดยสรุปแล้ว digital signage display เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถช่วยประหยัดต้นทุน ลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนในการกำจัดขยะ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้สะดวกรวดเร็ว ง่ายดาย และสามารถควบคุมการแสดงผลได้จากที่เดียว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยท่านสามารถสอบถามไปยังผู้ให้บริการระบบ digital signage เพื่อเปรียบเทียบแพคเกจบริการและราคาก่อนการตัดสินใจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิตอลแบบนี้

อยากทำ Video Wall แต่ใช้หน้าจอธรรมดา ทำได้ไหม??

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

หลายๆ คนคงทราบกันดีว่าหน้าจอที่ใช้สำหรับทำ Video Wall ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้มีลักษณะบางเฉียบ โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างขอบกับหน้าจอ ยิ่งมีระยะห่างที่น้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะจะส่งผลต่อความสวยงามเมื่อนำมาหน้าจอแสดงผลมาเรียงต่อกัน ภาพจะเชื่อมต่อกันโดยไม่สะดุดสายตา และนี่ก็คือข้อดีของจอที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับทำ Video Wall นั่นเองค่ะ

หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall ได้ไหม ?

ถ้าหากตัดประเด็นเรื่องความสวยงามออกไป คำถามคือ ถ้าเรามีหน้าจอธรรมดาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รองรับระบบ Video Wall จะสามารถทำเป็น Video Wall ได้ไหม??

คำตอบคือได้ค่ะ เพียงแค่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Video Wall Controller” อุปกรณ์นี้จะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง Input เช่น คอมพิวเตอร์ กับจอแสดงผล เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนจอธรรมดาให้เป็น Video Wall สุดล้ำได้แล้วค่ะ ซึ่ง Controller นี้จะมาพร้อมกับ “Video Wall Software” ที่ให้เราใช้จัดการและควบคุมการแสดงผลได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

Video Wall Controller ทำหน้าที่อะไร ?

“Video Wall Controller” เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Input กับหน้าจอ ใช้ควบคุมการแสดงผล ซึ่งสามารถนำสื่อมาแสดงผลแบบแยกจอ รวมจอ หรือคร่อมจอก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของ Controller

บางประเภทสามารถรับ Input ได้มากกว่า 1 จึงสามารถนำสื่อจากหลายๆ ที่มาแสดงรวมกันได้ใน Video Wall เดียว โดยสามารถจัดการการแสดงผลโดย “Video Wall Software” ที่ง่ายต่อการควบคุม แม้ผู้ใช้งานไม่มีพื้นฐานเรื่อง Video Wall ก็สามารถใช้งานได้ ดูรายละเอียด Video Wall Controller

 

ข้อดีของการใช้หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall
เห็นได้ชัดเป็นอย่างแรกเลยค่ะ คือเรื่องของราคา เมื่อเปรียบเทียบราคาของจอที่รองรับระบบ Video Wall กับจอธรรมดาแล้ว ถือว่าราคาแตกต่างกันพอสมควร เช่น จอระดับ Hi-End อย่าง LG 55SVH7E SVH7E SERIES – 55″ LCD Video Wall ที่ราคาอยู่ประมาณ 600,000 บาท กับจอ LG UHD TV 4K รุ่น 55UK6500PTC – 55″ ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท เมื่อเทียบกันแล้วก็ถือว่าแตกต่างกันมากพอสมควรเชียวค่ะ หากคุณอยู่ในตลาดสำหรับ ซุปเปอร์โคลน, ซุปเปอร์โคลนโรเล็กซ์ คือสถานที่ที่คุณควรไป! คอลเลกชันนาฬิกา โรเล็กซ์ ปลอมที่ใหญ่ที่สุดทางออนไลน์!

 

ข้อเสียของการใช้หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall
อย่างที่ได้กล่าวมาจากข้างต้น คือเรื่องความสวยงามนั่นเองค่ะ ระยะขอบจอที่หนา อาจทำให้การเรียงต่อของภาพดูสะดุดสายตา ไม่เชื่อมต่อกัน

อย่างที่สองคือเรื่องของการใช้งาน หากผู้ใช้ต้องการนำไปใช้งานแบบเปิดตลอดเวลา เช่น ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร หน้าจอธรรมดาอาจไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องของระยะเวลาการเปิดใช้งาน หากเกินขีดจำกัด อาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพ เสียหายก่อนเวลาอันควร ดังนั้นผู้ใช้ควรเลือกจอ Video Wall มากกว่า เนื่องจากรองรับการใช้งาน 24/7 หรือตลอดเวลานั่นเองค่ะ

 

สรุปแล้วการเลือกใช้งานหน้าจอแบบธรรมดามาติดตั้งเป็น Video Wall สามารถทำได้ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้งาน และปัจจัยต่างๆ หากเลือกได้เหมาะสม รับรองว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ

แหล่งที่มา : RiverPlus Success Industrial Solutions. (2019, August 22). อยากทำ Video Wall แต่ใช้หน้าจอธรรมดา ทำได้ไหม??, สืบค้นวันที่ 11 มกราคม 2564 จาก https://riverplus.com/use-video-wall/

 

วิธีทำความสะอาดจอทีวี จอมอนิเตอร์ ไม่ให้เกิดรอย เกิดความเสียหาย

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เป็นเรื่องปกติโดยทั่วไปของจอแสดงผล ไม่ว่าจะเป็นจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์ที่พอใช้งานไปสักพักหนึ่งแล้วมักจะมีฝุ่นมาเกาะติดหน้าจอ หรือมีจุดสกปรกเกิดขึ้น สำหรับทีวีจะไม่ค่อยได้เห็นจุดสกปรกเท่าไหร่ แต่เราจะเห็นได้บ่อยบนจอมอนิเตอร์เสียมากกว่า เพราะบ่อยครั้งที่ผู้ใช้มักเอาของกินอย่างข้าว น้ำ นม ขนม มากินหน้าคอม บางครั้งกินไม่ระวัง เกิดการกระเด็นเศษน้ำไปเกาะติดบนหน้าจอโดยที่เราไม่รู้ตัว

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1. น้ำยาเช็ดทำความสะอาดจอโดยเฉพาะ
2. ผ้าเช็ดทำความสะอาด
3. ไม้ปัดฝุ่น

วิธีทำความสะอาดจอ
1. ปิดจอทีวี / มอนิเตอร์ก่อนทำความสะอาด เพราะจะเห็นฝุ่น จุดสกปรกได้ชัดเจนกว่า
2. ใช้ไม้ปัดฝุ่น ปัดฝุ่นที่เกาะติดอยู่บนหน้าจอ
3. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้า หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนจอโดยตรง
4. เช็ดจอภาพจากมุมไล่ไปกลางจอ ไม่ต้องออกแรงเยอะ เน้นการเช็ดซ้ำๆ
5. ใช้ผ้าแห้งเช็ดจอซ้ำอีกทีเพื่อความสะอาด

ควรหมั่นดูจอทีวี จอมอนิเตอร์ตอนปิดเครื่องบ่อยๆ ครับว่ามีจุดสกปรกติดหรือเปล่า เพราะจุดสกปรกเหล่านี้ไม่ควรทิ้งไว้นาน เพราะยิ่งติดจอนานเท่าไหร่ ยิ่งเช็ดออกยากมากขึ้นเท่านั้น

 

แหล่งที่มา : DearSir, วิธีทำความสะอาดจอทีวี จอมอนิเตอร์ ไม่ให้เกิดรอย เกิดความเสียหาย, ค้นวันที่ 23 ธันวาคม 2563 จากhttps://www.lcdtvthailand.com/article/10038/How_to_clean_display_Screen.html

PM 2.5 ฝุ่นพิษขนาดเล็ก ทำลายสุขภาพ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

อย่าวางใจ PM 2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ กับวิกฤตสุขภาพที่คนไทยจะต้องแลก รู้เท่าทันลดความเสี่ยงเกิดโรคได้

หลายวันมานี้ หลายคนคงสังเกตเห็นได้ว่าในท้องฟ้าของเรานั้นปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ โดยหารู้ไม่ว่าที่ตาเรามองเห็นนั้นกลับไม่ใช่หมอก หากแต่คือฝุ่นควันที่มีมากจนเกินค่ามาตรฐาน ดังที่กรมควบคุมมลพิษได้ออกมากล่าวว่า หมอกหนาทึบที่เรามองเห็นนั้นเกิดจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน ที่ส่งผลร้ายทำลายสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลโรค วันนี้ SOOK By สสส. จะพาไปทำความรู้จักกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM2.5 ทำไมถึงต้องระวัง!

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเทียบให้เห็นภาพคือมีขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผมมนุษย์ ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

PM2.5 อันตรายแค่ไหน ?
องค์กรอนามัยโลกกำหนดให้ PM2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 เป็นสาเหตุ 1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง ,โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ,โรคมะเร็งปอด ,โรคหัวใจขาดเลือด ,โรคติดเชื้อเฉียบพลัน ในระบบหายใจส่วนล่าง

PM2.5 มาจากไหน ?
1.สภาพอากาศเปลี่ยน ทำให้อากาศนิ่ง ลมน้อย ฝุ่นสะสมตัวได้มาก
2.ฝุ่นจากการจราจร เขม่าไอเสียรถยนต์
3.ฝุ่นจากงานก่อสร้าง ทั้งรถไฟฟ้า อุโมงค์ คอนโดมิเนียม ฯลฯ
4.ฝุ่นจากการเผาในที่โล่งแจ้ง เช่น เผาหญ้า
5.ฝุ่นจากการผลิตโดยภาคอุตสาหกรรม

วิธีป้องกันตัวจากฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 เลี่ยง – ลด การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งต้องเป็นหน้ากากแบบ N95 เท่านั้น นะคะ

 

แหล่งที่มา SOOK By สสส., PM 2.5 ฝุ่นพิษขนาดเล็ก ทำลายสุขภาพ, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.thaihealth.or.th/sook/info-body-detail.php?id=232

Smart TV คืออะไร แบรนด์ไหนดีที่สุด! เราจะเลือกจากเหตุผลอะไรบ้าง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

กล่าวได้ว่าระบบปฏิบัติการที่ทำงานอยู่บนทีวีที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายมาก ทั้ง Tizen OS ของ Samsung, webOS ของ LG, VIDAA ของ Hisense, My Home Screen ของ Panasonic และยังมี Android TV ระบบปฏิบัติการส่วนกลางที่ยินยอมให้หลายแบรนด์ซื้อระบบไปใช้ ไม่ว่าจะ Sony, TCL และยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกมากมายเป็นต้น

 

 

แหล่งที่มา : LCDTVTHAILAND, Smart TV คืออะไร แบรนด์ไหนดีที่สุด! Android TV VS webOS VS Tizen VS VIDAA VS My Home screen, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.lcdtvthailand.com/article/10395/Which_The_Best_SmarTV.html

ปี 2020 แล้ว!! ซื้อมอนิเตอร์หรือทีวี มาใช้เล่นเกมดี บทความนี้คำตอบ!!

อย่างทีหลายๆ คนรู้และเข้าใจคือจอมอนิเตอร์และทีวีนั้น สามารถแสดงภาพออกมาได้เหมือนกัน แต่ในการใช้งานจริงนั้น มันแตกต่างและเหมาะสมกับการใช้งานอะไร ผมจะขอเทียบกันเป็นข้อๆ โดยผมจะพูดถึงในด้านใช้งานเล่นเกมเท่านั้นนะครับ

ข้อแรกคือเรื่องของ Refresh Rate หรืออัตราการแสดงผลของภาพต่อ 1 วินาที

-ตัวมอนิเตอร์ในปัจจุบันในท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น สามารถแสดง Refresh Rate ได้สูงสุดถึง 240Hz หรือบางรุ่นอาจจะทำได้ถึง 280Hz เลยทีเดียว

-ส่วนทีวีปัจจุบันเทคโนโลของทางฝั่งทีวีนั้นก็พัฒนามาไกลพอสมควร จากเดิมที่ตัวทีวีใช้การจำลอง Refresh Rate จากตัวซอฟแวร์ก็ถูกเปลี่ยนมาให้ สามารถแสดงผลจากตัวฮาร์ดแวร์โดยตรงได้ ซึ่งปัจจุบันก็สามารถแสดงผลแบบ 120Hz แท้ๆ ได้แล้ว
ดมาเป็น ค่า Response time หรือ Input Lag เป็นค่าแสดงผลที่เหล่าเกมเมอร์สาย Competitive หรือเกมเมอร์สายนักแข่ง ที่มักจะถามหาหรือคำนึงถึงเสมอเวลาต้องการทีวีหรือมอนิเตอร์ซักตัวนึงมาใช้ โดยค่าแสดงผลนี้จะใช้หน่วยวัดเป็น ms (millisecond) ค่ายิ่งน้อยคือยิ่งดี!!

 

-สำหรับมอนิเตอร์นั้นหลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่ามีค่า Response time ที่น้อยอยู่แล้วเพราะมอนิเตอร์นั่นไม่ต้องใช้ชิปในการประมวลผลภาพมากเท่าทีวี ยิ่งมอนิเตอร์รุ่นท็อปๆ ขึ้นไปเนี่ยก็จะให้ค่าการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

-แต่ฝั่งทีวีก็ใช่ว่าจะสู้ฝั่งของมอนิเตอร์ไม่ได้เลย เพราะนี้มันปี 2020 แล้ว!! ทีวีสมัยนี้บางรุ่น มีค่า Response time ที่น้อยไม่แพ้จากมอนิเตอร์เลย บางรุ่นก็มีโหมดภาพที่จะช่วยลดการทำงานของชิปประมวลผลให้ทำงานน้อยลงแล้วเอามาเพิ่มค่าการตอบสนองแทนอย่างพวก โหมดเกม ก็จะช่วยลดอัตราการหน่วงในการเล่นเกมลงไปได้

ส่วนเรื่องของการรองรับ Adaptive Sync หรือที่เรารู้กันกันในชื่อของ FreeSync และ G-Sync นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยปรับอัตราแสดงผลของภาพของเครื่องเล่นและตัวจอให้สอดคล้องกัน โดยเมื่อเปิดใช้งานจะทำให้ภาพจากเกมนั้นไม่ขาดหรือเกิดการคลาดเคลื่อนที่น้อยลงนั่นเอง หากคุณกำลังมองหาสร้อยข้อมือ มีบางสิ่งที่เหมาะกับทุกลุค ตั้งแต่การโอบรับร่างกายไปจนถึงแบบมีโครงสร้าง ตั้งแต่ข้อมือไปจนถึงสายโซ่และข้อมือ

-สำหรับมอนิเตอร์แล้วคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะฝั่งนี้เค้าสามารถทำหรือว่ารองรับมาได้ก่อนเป็นระยะเวลานานแล้ว

-แต่สำหรับฝั่งทีวีนั้นหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในยุคนี้น่ะมันมีทีวีที่สามารถรองรับ Adaptive Sync ได้แล้วอย่างฝั่ง Samsung เค้าก็สามารถใช้งาน FreeSync กับตัวทีวีได้ หรือจะฝั่ง LG ทีวีเค้าก็มีการรองรับ G-Sync ในทีวีระดับกลางถึงรุ่นท็อปเลย และผมก็ชื่อว่าในอนาคตแบรนด์อื่นๆ ก็จะนำเทคโนโลยีพวกนี้ใส่เข้ามาในทีวีอีก

คุยถึงข้อเปรียบเทียบกันมาตั้งหลายอย่าง แต่ถ้าไม่พูดถึงราคาก็คงตัดสินใจในการซื้อมาใช้งานได้ยาก

-โดยส่วนใหญ่แล้วทีวีนั้นจะได้เปรียบในเรื่องของราคาต่อขนาดของตัวจอ โดยทีวีนั้นได้ขนาดที่ใหญ่และมีราคาถูกกว่ามอนิเตอร์

-สังเกตดูได้เลยครับ มอนิเตอร์รุ่นท็อปๆ หรือมอนิเตอร์เกมมิ่ง ในท้องตลาดเนี่ยเพียงแค่ขนาด 27 นิ้วขึ้นไป ราคาก็แทบจะเทียบเท่ากับทีวีขนาด 55 นิ้วในบางรุ่นได้แล้ว บางทีอาจจะถูกกว่าซะด้วยซ้ำไป

ถ้าให้ผมสรุปง่ายๆ นะครับว่าเราควรจะซื้อมอนิเตอร์หรือทีวีมาเล่นเกมดี ผมขอแนะนำแบบนี้ดีกว่าครับ

-ถ้าหากโดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนที่ชื่อชอบการเล่นเกมบนคอมพิมเตอร์เป็นหลักอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเล่นแนว FPS หรือเกมที่ต้องการใช้ตอบสนองและการจดจ่อบนหน้าจอเป็นเวลานานแล้วล่ะก็ผมเชียร์ให้ซื้อมอนิเตอร์มาใช้จะดีกว่าครับ ทั้งเรื่องระยะการนั่งเล่นการกวาดสายตาตัวมอนิเตอร์จะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดีกว่าทีวี

-แต่ถ้าใครเป็นเกมเมอร์สายชิลๆ ชอบนั่งหรือนอนเล่นเสพอรรถรสของเกมแบบไม่ได้จริงๆ ดูบนจอใหญ่ๆ สบายๆ สไตล์สายเกมเมอร์เครื่องคอนโซลแล้วล่ะก็ผมแนะนำให้เลือกใช้ทีวีจะดีกว่า ด้วยระยะการรับชมใช้งานั้นที่เหมาะสมกว่า อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านอื่นๆ ได้อีกนอกจากการเล่นเกมไม่ว่าจะเป็นดูหนังดูซีรีส์แบบจอใหญ่ๆ เต็มตา ทีวีนั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานด้านนี้ครับ

หวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาเสนอให้ทุกคนได้ฟังกันจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับการตัดสินใจเลือกใช้จอมอนิเตอร์หรือว่าทีวี ที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเราได้มากที่สุดครับ

แหล่งที่มา : Jo_Jo, ปี 2020 แล้ว!! ซื้อมอนิเตอร์หรือทีวี มาใช้เล่นเกมดี บทความนี้คำตอบ!!, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จากhttps://www.lcdtvthailand.com/article/9579/Monitor_Or_TV_For_Gaming.html

 

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

 

หลายคนที่ใช้งาน Android TV อยู่อาจจะคุ้นเคยกับการเห็นหน้า Home Screen แบบพื้นฐานที่ทางโรงงานตั้งค่ามาให้กันโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถปรับแต่งหน้าของ Home Screen ได้ตามใจชอบและเหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุดได้นั่นเอง

 

ซึ่งในบทความนี่เราจะมีบอกเล่าขั้นตอนในการปรับแต่งหน้าต่าง Home Screen ของ Android TV ให้ถูกใจและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณกัน จะปรับแต่งอย่างไรและมีตรงไหนที่ปรับแต่งได้บ้างมาดูกันได้เลย!!

 

เพิ่มหรือลดแอปไปที่ช่อง Favorite App

หลายคนไม่รู้วว่าในแถวของ Favorite App นั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกเพิ่ม Shortcut หรือทางลัดสำหรับเข้าแอปในโดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแอปใหม่สำหรับแถวของ Favorite App ได้ที่ด้านขวาสุดของแถว

และสามารถเลือกลบแอปที่ไม่ได้ต้องการบนแถวด้วยการกดปุ่มเลือกค้างไว้จนหน้าต่าง Remove App เพิ่มขึ้นมาได้ด้วย ทั้งนี้หากต้องการเลื่อนแอปไปที่ด้านซ้านหรือขวาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับการลบโดยเลือกคำสั่ง Move แทนได้นั่นเอง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ปรับแต่งการเล่นขั้นถัดไปด้วยในแถว Next Channel

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ในแถวของ Play Next นั้น Android TV จะนำเสนอซีรีส์หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานนั้นดูค้างไว้หรือว่าตอนต่อไปของซีรีส์นั้นๆ ที่เพิ่งดูจบไป แต่ถ้าหากผู้ใช้ไม่ต้องการให้แถวของ Next Channel นั้นนำเสนอเนื้อหาของบริการใดบริการหนึ่งก็สามารถปิดได้ด้วยเช่นกัน

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

โดยเข้าไปที่ Customize Channels ต่อด้วย Play Next และเข้าไปปิดได้และสามารถเลือกเพิ่มหรือบริการที่จะให้โชว์บนหน้าต่างแถว Next Channel ได้เช่นกัน

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ลบแถว Channel Row ที่ไม่ได้ใช้งานบน Home Screen ได้

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

หากมีแถวของ Channel Row ที่ผู้ใช้งานนั้นไม่เคยใช้เลยก็สามารถลบได้ด้วยเช่นกันโดยผู้ใช้งานสามารถลบได้ด้วยการเลื่อนปุ่มควบคุมไปทางด้านซ้ายจนเครื่องหมาย “-“ ปรากฏขึ้นมากจากนั้นก็สามารถลบแถว Chennel Row ดังกล่าวได้ทันที *ไม่สามารถลบแถว Channel Row ได้ทุกแถวเนื่องจากบางแถวเป็นค่าเริ่มต้นของ Android TV

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เพิ่ม Channel Row บนหน้า Home Screen

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

นอกเหนือจากลบแล้วเราก็สามารถเลือกที่จะเพิ่ม Channel Row ได้ด้วยเช่นกันโดยการเข้าไปที่ Customize Channels และเลือกเปิดบริการหรือช่อง Channel Row ที่เราต้องการได้จากเมนูดังกล่าวได้เลย

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เลื่อน Channel Row ขึ้น-ลง ตามที่ต้องการ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

วิธีการเลื่อน Channel Row ก็ไม่ยากโดยเป็นขั้นตอนเดียวกับการเลือกลบแถวนั่นเองโดยผู้ใช้งานจะต้องเลื่อนปุ่มไปทางด้านซ้ายจนสุดและเมื่อถึงด้านซ้ายสุดก็สามารถเลือกแถวของ Channel Row ขึ้นหรือลงได้ตามใจชอบ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

แหล่งที่มา : TorMoo, มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.lcdtvthailand.com/article/10842/how-to-customize-the-android-tv-home-screen.html