มารู้จักสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) กันเถอะ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

เวลาที่ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้าที่มีผู้คนพลุกพล่าน หลายคนคงเคยเห็นหน้าจอแสดงผลที่ติดไว้ตามจุดต่างๆ โดยที่ข้อมูลที่ปรากฎบนหน้าจอนั้นมักจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ได้เอง บ้างก็เป็นการโฆษณาสินค้าและบริการ บ้างก็เป็นข่าว หรือประกาศประชาสัมพันธ์ต่างๆ โดยเป็นการแบ่งสัดส่วนบนหน้าจอให้ส่วนหนึ่งแสดงข้อมูลอย่างหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็แสดงข้อมูลอีกแบบหนึ่งในหน้าจอเดียวกัน ได้ ซึ่งการแสดงผลเช่นนี้ไม่ใช้การแสดงผลแบบทีวีธรรมดาทั่วๆไป

การโฆษณาในรูปแบบเดิมๆ ในแบบออฟไลน์นั้น โดยทั่วไปแล้วเราจะต้องทำการออกแบบสื่อโฆษณาสิ่งพิมพ์ของเราเสียก่อน จากนั้นก็ต้องไปจ้างผลิตออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น โปสเตอร์ติดผนัง, J-Flag หรือ standee ซึ่งมีมากมายหลากหลานรูปแบบ ซึ่งข้อเสียของวิธีเหล่านี้คือ มีหลายขั้นตอนและใช้เวลานาน หากว่าเราต้องการเปลี่ยนภาพ โลโก้ หรือจัดวางองค์ประกอบของภาพใหม่ เราก็จะต้องเริ่มต้นกระบวนการในการผลิตใหม่ทั้งหมด ซึ่งต้องใช้เวลาและอาจจะไม่ทันท่วงทีสำหรับความต้องการใช้งานของหน่วยงานหรือธุรกิจ รวมถึงสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายอีกด้วย

ในยุคดิจิตอลอย่างเช่นในปัจจุบัน เรามีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Digital Signage Display ซึ่งหลายๆคนคงจะพอเคยเห็นผ่านตากันมาบ้างแล้ว เนื่องจากไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่การจะทำโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ผ่าน digital signage ได้นั้น เราจำเป็นต้องอาศัยระบบหลังบ้านในการควบคุมดูแล เพื่อให้สิ่งที่ไปปรากฎอยู่บนหน้าจอนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันและควบคุมได้ง่าย เป็นการแปลงจอแสดงผลไม่ว่าจะเป็น จอทีวีหรือจอคอมพิเตอร์ ให้กลายเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตอลได้แบบง่ายๆ

เวลาที่เราต้องการให้โฆษณาของเราไปแสดงหลายๆที่พร้อมๆกัน เราต้องอาศัยระบบ digital signage software จากผู้ให้บริการระบบ โดยsoftwareที่ใช้สำหรับจัดการ digital signage จะทำหน้าที่ในการเปลี่ยนจอทีวี จอคอมพิวเตอร์ หรือจอแสดงผลประเภทต่างๆของเราให้กลายเป็นหนึ่งในจอแสดงผล (สื่อประชาสัมพันธ์อิเล็คทรอนิคส์) ในเครือข่ายของเราโดยการควบคุมผ่านอินเตอร์เน็ต

นั่นหมายความว่าเราจะสามารถแสดงโฆษณาของเราที่ใด ในรูปแบบใดก็ได้ตามที่เราต้องการโดยอาศัยระบบหลังบ้าน (user interface) ซึ่งหน้าตาหรือรูปแบบการใช้งานก็จะมีความแตกต่างกันไป digital signage software บางตัวออกแบบมาให้หน้าตาคล้ายกับระบบหลังบ้านของ social media เช่น facebook หรือ instrgram ก็จะทำให้ผู้ใช้งานที่มีความคุ้นเคยกับ social media เหล่านี้สามารถทำความคุ้นเคยกับระบบได้ง่าย

สื่อที่เราจะนำขึ้นไปแสดงในระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอลนั้น เราสามารถเลือกเป็นแบบ multi-media ได้เลย ไม่ว่าจะเป็น รูปภาพ วีดีโอ หรือข้อความต่างๆ ก็สามารถทำได้ นอกจากนี้เรายังสามารถเลือกแสดงผลในรูปแบบต่างๆ ได้มากมาย สามารถกำหนดแคมเปญของเราเองได้ เช่น เราต้องการแสดงเนื้อหาในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันตามโปรโมชั่นของร้านในแต่ละช่วงเวลา ก็สามารถตั้งเวลาในการแสดงผลเอาไว้ได้เลย ทั้งในระหว่างวัน ในแต่ละไตรมาส หรือตามเทศกาลต่างๆ ก็สามารถตั้งค่าได้ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ โดยสามารถแสดงโปรโมชั่นหลายๆอันพร้อมกันในคราวเดียวได้อีกด้วย

และยิ่งไปกว่านั้นหากคุณมีจอโฆษณาเป็นจำนวนมากในหลายๆเขตพื้นที่ หรืออาจจะทั่วประเทศ ระบบ digital signage software จะเป็นผู้ช่วยในการตรวจสอบสถานะการทำงานของจอแต่ละจอได้แบบ real time ทำให้เราทราบได้ว่าสื่อที่เราซื้อไว้นั้นยังสามารถทำงานได้ตามปรกติหรือไม่ หากมีจอใดที่ไม่สามารถใช้งานได้ระบบก็จะแจ้งเตือนในระบบหลังบ้านให้เราทราบในทันที ทำให้เราสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องเสียค่าเสียโอกาสสำหรับสื่อโฆษณาไปแล้วแต่กลับไม่ได้ใช้งาน โดยที่เราไม่ทราบหรือมาทราบในภายหลัง

ซึ่งการใช้งานระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) นั้นทำได้ง่ายดายมาก สิ่งที่เราต้องมีก็คือ จอแสดงผล แพคเกจของdigital signage software จากบริษัทผู้ให้บริการระบบที่สอดคล้องกับการใช้งานของธุรกิจเรา และอุปกรณ์เชื่อมต่อเข้ากับจอแสดงผลเพื่อแปลงจอแสดงผลของเราให้กลายเป็นสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ดิจิตอลได้นั่นเอง https://www.clonewatchstore.com/ https://factorygf.com/ vr rolex air king mens 36mm 114234sso automatic https://www.pixelrat.de/das-google-pixel-8-pro-ein-neues-flaggschiff-smartphone-wird-am-4-oktober-angekuendigt useful source phone cases for samsung galaxy a03s randm tornado 9000 mixed berries https://www.cbdistilleryuk.co.uk/product/cbdistillery-500mg-cbd-broad-spectrum-relief-stick-001578 take me there

หลายคนฟังแล้วก็อาจจะรู้สึกว่าระบบสื่อประชาสัมพันธ์แบบดิจิตัลนี้มีความน่าสนใจมาก แต่เราจะนำไปประยุกต์ใช้จริงกับอะไรได้บ้าง ก็ขอยกตัวอย่างการนำไปใช้งานในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

การนำไปใช้งานในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็ดี เพื่อการประชาสัมพันธ์ข่าวสำคัญต่างๆ เช่น ตารางเรียน ตารางกิจกรรม ประกาศสอบแข่งขันชิงทุนต่างๆ หรือการติดตั้งในห้องสมุดเพื่อประชาสัมพันธ์หนังสือที่มาใหม่ หรือการติดตั้งในโรงอาหารเพื่อประชาสัมพันธ์รายการอาหารใหม่ๆ หรือโปรโมชั่นที่น่าสนใจต่างๆ

การนำไปใช้งานในโรงพยาบาล หรือสถานพยาบาล สำหรับแจ้งตารางการออกตรวจของคุณหมอ ข้อมูลต่างๆที่สามารถเปิดเผยได้ เช่น แพคเกจตรวจสุขภาพประจำปี การตรวจสุขภาพช่อง รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ หรือการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นประโยชน์เกี่ยววข้องกับการรักษาในแต่ละแผนก ก็สามารถทำได้เช่นกัน

การนำไปใช้ในในออฟฟิสของบริษัท ที่แผนกหรือฝ่ายต่างๆของบริษัท ก็มักจะมีข้อมูลที่ต้องการประชาสัมพันธ์ให้พนักงานในบริษัทได้รับทราบ เราก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาประชาสัมพันธ์ผ่านระบบ digital signage ได้ด้วยเช่นกัน

การนำไปใช้ธุรกิจโรงแรม โดยทั่วไปเราจะคุ้นเคยกับแผ่นพับโฆษณาที่แจกให้ลูกค้าสามารถนำกลับไปด้วยได้ แต่เราสามารถนำข้อมูลโฆษณาเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นแพคเกจทัวร์ โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ ดินเนอร์ หรือห้องพักมาประชาสัมพันธ์ผ่าน digital signage ได้ด้วยเช่นกัน

 

ข้อดีของการใช้ระบบประชาสัมพันธ์ดิจิตอล (digital signage display) ก็คือ

1. ช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่าย จากเดิมที่เราต้องเสียค่าออกแบบใหม่และผลิตสื่อใหม่ทั้งหมดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ หรือแคมเปญซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่เมื่อเปลี่ยนมาอยู่ในรูปแบบของจอดิจิตัลแล้ว ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งหนึ่งทำได้ง่ายขึ้น โดยการไปเปลี่ยนซอฟต์แวร์ในระบบหลังบ้าน

2. ช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากเราไม่จำเป็นต้องผลิตสื่อใหม่ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนโปรโมชั่น แคมเปญ หรือโลโก้ของบริษัท ดังนั้นก็จะช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากร รวมถึงช่วยลดปริมาณขยะอีกด้วย

3. ควบคุมและจัดการได้ง่าย เนื่องจากเราสามารถควบคุมสื่อประชาสัมพันธ์ดิจิตัลทั้งหมดผ่านระบบ digital signage software จากในหน้าจอเดียวได้ ทำให้เราสามารถเปลี่ยนแปลง แก้ไข ข้อมูลต่างๆ จากศูนย์ควบคุมทีเดียวได้ ไม่ว่าตัวเราจะนั่งทำงานอยู่ที่ไหนก็ตาม และไม่ว่าจอประชาสัมพันธ์ของเราจะติดตั้งอยู่ในพื้นที่ใดก็ตาม

4. ออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากเราสามารถแบ่งการแสดงผลออกเป็นจอย่อยๆ ได้หลายจอภายใน หน้าจอเดียวกัน โดยในแต่ละช่องเราสามารถเลือกได้ว่าเราต้องการแสดงเป็น ภาพ วีดีโอ หรือเป็นข้อความต่างๆ ก็สามารถทำได้ตามต้องการ ซึ่ง digital signage software ก็จะมี template รูปแบบต่างๆมาให้เลือกใช้งาน

5. สามารถตั้งเวลาการแสดงเนื้อหาที่หลากหลาย ในแต่ละช่วงเวลาได้ตามที่ต้องการ ครบจบที่เดียวกับสื่อประชาสัมพันธ์แบบดิจิตัล (digital signage display)

โดยสรุปแล้ว digital signage display เป็นการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ได้เป็นอย่างดี โดยสามารถช่วยประหยัดต้นทุน ลดการใช้ทรัพยากร ลดการใช้กระดาษ ลดต้นทุนในการกำจัดขยะ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้สะดวกรวดเร็ว ง่ายดาย และสามารถควบคุมการแสดงผลได้จากที่เดียว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ ในราคาที่เข้าถึงได้ โดยท่านสามารถสอบถามไปยังผู้ให้บริการระบบ digital signage เพื่อเปรียบเทียบแพคเกจบริการและราคาก่อนการตัดสินใจ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในยุคดิจิตอลแบบนี้

อยากทำ Video Wall แต่ใช้หน้าจอธรรมดา ทำได้ไหม??

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

หลายๆ คนคงทราบกันดีว่าหน้าจอที่ใช้สำหรับทำ Video Wall ส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้มีลักษณะบางเฉียบ โดยเฉพาะระยะห่างระหว่างขอบกับหน้าจอ ยิ่งมีระยะห่างที่น้อยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะจะส่งผลต่อความสวยงามเมื่อนำมาหน้าจอแสดงผลมาเรียงต่อกัน ภาพจะเชื่อมต่อกันโดยไม่สะดุดสายตา และนี่ก็คือข้อดีของจอที่ออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับทำ Video Wall นั่นเองค่ะ

หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall ได้ไหม ?

ถ้าหากตัดประเด็นเรื่องความสวยงามออกไป คำถามคือ ถ้าเรามีหน้าจอธรรมดาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้รองรับระบบ Video Wall จะสามารถทำเป็น Video Wall ได้ไหม??

คำตอบคือได้ค่ะ เพียงแค่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Video Wall Controller” อุปกรณ์นี้จะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่าง Input เช่น คอมพิวเตอร์ กับจอแสดงผล เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนจอธรรมดาให้เป็น Video Wall สุดล้ำได้แล้วค่ะ ซึ่ง Controller นี้จะมาพร้อมกับ “Video Wall Software” ที่ให้เราใช้จัดการและควบคุมการแสดงผลได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

Video Wall Controller ทำหน้าที่อะไร ?

“Video Wall Controller” เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Input กับหน้าจอ ใช้ควบคุมการแสดงผล ซึ่งสามารถนำสื่อมาแสดงผลแบบแยกจอ รวมจอ หรือคร่อมจอก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับประเภทของ Controller

บางประเภทสามารถรับ Input ได้มากกว่า 1 จึงสามารถนำสื่อจากหลายๆ ที่มาแสดงรวมกันได้ใน Video Wall เดียว โดยสามารถจัดการการแสดงผลโดย “Video Wall Software” ที่ง่ายต่อการควบคุม แม้ผู้ใช้งานไม่มีพื้นฐานเรื่อง Video Wall ก็สามารถใช้งานได้ ดูรายละเอียด Video Wall Controller

 

ข้อดีของการใช้หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall
เห็นได้ชัดเป็นอย่างแรกเลยค่ะ คือเรื่องของราคา เมื่อเปรียบเทียบราคาของจอที่รองรับระบบ Video Wall กับจอธรรมดาแล้ว ถือว่าราคาแตกต่างกันพอสมควร เช่น จอระดับ Hi-End อย่าง LG 55SVH7E SVH7E SERIES – 55″ LCD Video Wall ที่ราคาอยู่ประมาณ 600,000 บาท กับจอ LG UHD TV 4K รุ่น 55UK6500PTC – 55″ ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท เมื่อเทียบกันแล้วก็ถือว่าแตกต่างกันมากพอสมควรเชียวค่ะ หากคุณอยู่ในตลาดสำหรับ ซุปเปอร์โคลน, ซุปเปอร์โคลนโรเล็กซ์ คือสถานที่ที่คุณควรไป! คอลเลกชันนาฬิกา โรเล็กซ์ ปลอมที่ใหญ่ที่สุดทางออนไลน์!

 

ข้อเสียของการใช้หน้าจอธรรมดา ทำ Video Wall
อย่างที่ได้กล่าวมาจากข้างต้น คือเรื่องความสวยงามนั่นเองค่ะ ระยะขอบจอที่หนา อาจทำให้การเรียงต่อของภาพดูสะดุดสายตา ไม่เชื่อมต่อกัน

อย่างที่สองคือเรื่องของการใช้งาน หากผู้ใช้ต้องการนำไปใช้งานแบบเปิดตลอดเวลา เช่น ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร หน้าจอธรรมดาอาจไม่ตอบโจทย์ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องของระยะเวลาการเปิดใช้งาน หากเกินขีดจำกัด อาจทำให้อุปกรณ์เสื่อมสภาพ เสียหายก่อนเวลาอันควร ดังนั้นผู้ใช้ควรเลือกจอ Video Wall มากกว่า เนื่องจากรองรับการใช้งาน 24/7 หรือตลอดเวลานั่นเองค่ะ

 

สรุปแล้วการเลือกใช้งานหน้าจอแบบธรรมดามาติดตั้งเป็น Video Wall สามารถทำได้ แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานพิจารณาถึงความเหมาะสมในการใช้งาน และปัจจัยต่างๆ หากเลือกได้เหมาะสม รับรองว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจคุณได้อย่างแน่นอนค่ะ

แหล่งที่มา : RiverPlus Success Industrial Solutions. (2019, August 22). อยากทำ Video Wall แต่ใช้หน้าจอธรรมดา ทำได้ไหม??, สืบค้นวันที่ 11 มกราคม 2564 จาก https://riverplus.com/use-video-wall/

 

วิธีทำความสะอาดจอทีวี จอมอนิเตอร์ ไม่ให้เกิดรอย เกิดความเสียหาย

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เป็นเรื่องปกติโดยทั่วไปของจอแสดงผล ไม่ว่าจะเป็นจอทีวี หรือจอมอนิเตอร์ที่พอใช้งานไปสักพักหนึ่งแล้วมักจะมีฝุ่นมาเกาะติดหน้าจอ หรือมีจุดสกปรกเกิดขึ้น สำหรับทีวีจะไม่ค่อยได้เห็นจุดสกปรกเท่าไหร่ แต่เราจะเห็นได้บ่อยบนจอมอนิเตอร์เสียมากกว่า เพราะบ่อยครั้งที่ผู้ใช้มักเอาของกินอย่างข้าว น้ำ นม ขนม มากินหน้าคอม บางครั้งกินไม่ระวัง เกิดการกระเด็นเศษน้ำไปเกาะติดบนหน้าจอโดยที่เราไม่รู้ตัว

อุปกรณ์ที่ต้องใช้
1. น้ำยาเช็ดทำความสะอาดจอโดยเฉพาะ
2. ผ้าเช็ดทำความสะอาด
3. ไม้ปัดฝุ่น

วิธีทำความสะอาดจอ
1. ปิดจอทีวี / มอนิเตอร์ก่อนทำความสะอาด เพราะจะเห็นฝุ่น จุดสกปรกได้ชัดเจนกว่า
2. ใช้ไม้ปัดฝุ่น ปัดฝุ่นที่เกาะติดอยู่บนหน้าจอ
3. ฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนผ้า หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำยาทำความสะอาดลงบนจอโดยตรง
4. เช็ดจอภาพจากมุมไล่ไปกลางจอ ไม่ต้องออกแรงเยอะ เน้นการเช็ดซ้ำๆ
5. ใช้ผ้าแห้งเช็ดจอซ้ำอีกทีเพื่อความสะอาด

ควรหมั่นดูจอทีวี จอมอนิเตอร์ตอนปิดเครื่องบ่อยๆ ครับว่ามีจุดสกปรกติดหรือเปล่า เพราะจุดสกปรกเหล่านี้ไม่ควรทิ้งไว้นาน เพราะยิ่งติดจอนานเท่าไหร่ ยิ่งเช็ดออกยากมากขึ้นเท่านั้น

 

แหล่งที่มา : DearSir, วิธีทำความสะอาดจอทีวี จอมอนิเตอร์ ไม่ให้เกิดรอย เกิดความเสียหาย, ค้นวันที่ 23 ธันวาคม 2563 จากhttps://www.lcdtvthailand.com/article/10038/How_to_clean_display_Screen.html

PM 2.5 ฝุ่นพิษขนาดเล็ก ทำลายสุขภาพ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

อย่าวางใจ PM 2.5 ฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ กับวิกฤตสุขภาพที่คนไทยจะต้องแลก รู้เท่าทันลดความเสี่ยงเกิดโรคได้

หลายวันมานี้ หลายคนคงสังเกตเห็นได้ว่าในท้องฟ้าของเรานั้นปกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ โดยหารู้ไม่ว่าที่ตาเรามองเห็นนั้นกลับไม่ใช่หมอก หากแต่คือฝุ่นควันที่มีมากจนเกินค่ามาตรฐาน ดังที่กรมควบคุมมลพิษได้ออกมากล่าวว่า หมอกหนาทึบที่เรามองเห็นนั้นเกิดจากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน ที่ส่งผลร้ายทำลายสุขภาพ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงห่างไกลโรค วันนี้ SOOK By สสส. จะพาไปทำความรู้จักกับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีชื่อว่า PM2.5 ทำไมถึงต้องระวัง!

PM2.5 คือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือเทียบให้เห็นภาพคือมีขนาดเล็กประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผมมนุษย์ ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทำงานของอวัยวะต่างๆ เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

PM2.5 อันตรายแค่ไหน ?
องค์กรอนามัยโลกกำหนดให้ PM2.5 อยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ตั้งแต่ปี 2556 เป็นสาเหตุ 1 ใน 8 ของประชากรโลกเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เพิ่มความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง ,โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ,โรคมะเร็งปอด ,โรคหัวใจขาดเลือด ,โรคติดเชื้อเฉียบพลัน ในระบบหายใจส่วนล่าง

PM2.5 มาจากไหน ?
1.สภาพอากาศเปลี่ยน ทำให้อากาศนิ่ง ลมน้อย ฝุ่นสะสมตัวได้มาก
2.ฝุ่นจากการจราจร เขม่าไอเสียรถยนต์
3.ฝุ่นจากงานก่อสร้าง ทั้งรถไฟฟ้า อุโมงค์ คอนโดมิเนียม ฯลฯ
4.ฝุ่นจากการเผาในที่โล่งแจ้ง เช่น เผาหญ้า
5.ฝุ่นจากการผลิตโดยภาคอุตสาหกรรม

วิธีป้องกันตัวจากฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 เลี่ยง – ลด การทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งต้องเป็นหน้ากากแบบ N95 เท่านั้น นะคะ

 

แหล่งที่มา SOOK By สสส., PM 2.5 ฝุ่นพิษขนาดเล็ก ทำลายสุขภาพ, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.thaihealth.or.th/sook/info-body-detail.php?id=232

Smart TV คืออะไร แบรนด์ไหนดีที่สุด! เราจะเลือกจากเหตุผลอะไรบ้าง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

กล่าวได้ว่าระบบปฏิบัติการที่ทำงานอยู่บนทีวีที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้มีหลากหลายมาก ทั้ง Tizen OS ของ Samsung, webOS ของ LG, VIDAA ของ Hisense, My Home Screen ของ Panasonic และยังมี Android TV ระบบปฏิบัติการส่วนกลางที่ยินยอมให้หลายแบรนด์ซื้อระบบไปใช้ ไม่ว่าจะ Sony, TCL และยังมีแบรนด์อื่นๆ อีกมากมายเป็นต้น

 

 

แหล่งที่มา : LCDTVTHAILAND, Smart TV คืออะไร แบรนด์ไหนดีที่สุด! Android TV VS webOS VS Tizen VS VIDAA VS My Home screen, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.lcdtvthailand.com/article/10395/Which_The_Best_SmarTV.html

ปี 2020 แล้ว!! ซื้อมอนิเตอร์หรือทีวี มาใช้เล่นเกมดี บทความนี้คำตอบ!!

อย่างทีหลายๆ คนรู้และเข้าใจคือจอมอนิเตอร์และทีวีนั้น สามารถแสดงภาพออกมาได้เหมือนกัน แต่ในการใช้งานจริงนั้น มันแตกต่างและเหมาะสมกับการใช้งานอะไร ผมจะขอเทียบกันเป็นข้อๆ โดยผมจะพูดถึงในด้านใช้งานเล่นเกมเท่านั้นนะครับ

ข้อแรกคือเรื่องของ Refresh Rate หรืออัตราการแสดงผลของภาพต่อ 1 วินาที

-ตัวมอนิเตอร์ในปัจจุบันในท้องตลาดส่วนใหญ่นั้น สามารถแสดง Refresh Rate ได้สูงสุดถึง 240Hz หรือบางรุ่นอาจจะทำได้ถึง 280Hz เลยทีเดียว

-ส่วนทีวีปัจจุบันเทคโนโลของทางฝั่งทีวีนั้นก็พัฒนามาไกลพอสมควร จากเดิมที่ตัวทีวีใช้การจำลอง Refresh Rate จากตัวซอฟแวร์ก็ถูกเปลี่ยนมาให้ สามารถแสดงผลจากตัวฮาร์ดแวร์โดยตรงได้ ซึ่งปัจจุบันก็สามารถแสดงผลแบบ 120Hz แท้ๆ ได้แล้ว
ดมาเป็น ค่า Response time หรือ Input Lag เป็นค่าแสดงผลที่เหล่าเกมเมอร์สาย Competitive หรือเกมเมอร์สายนักแข่ง ที่มักจะถามหาหรือคำนึงถึงเสมอเวลาต้องการทีวีหรือมอนิเตอร์ซักตัวนึงมาใช้ โดยค่าแสดงผลนี้จะใช้หน่วยวัดเป็น ms (millisecond) ค่ายิ่งน้อยคือยิ่งดี!!

 

-สำหรับมอนิเตอร์นั้นหลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่ามีค่า Response time ที่น้อยอยู่แล้วเพราะมอนิเตอร์นั่นไม่ต้องใช้ชิปในการประมวลผลภาพมากเท่าทีวี ยิ่งมอนิเตอร์รุ่นท็อปๆ ขึ้นไปเนี่ยก็จะให้ค่าการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

-แต่ฝั่งทีวีก็ใช่ว่าจะสู้ฝั่งของมอนิเตอร์ไม่ได้เลย เพราะนี้มันปี 2020 แล้ว!! ทีวีสมัยนี้บางรุ่น มีค่า Response time ที่น้อยไม่แพ้จากมอนิเตอร์เลย บางรุ่นก็มีโหมดภาพที่จะช่วยลดการทำงานของชิปประมวลผลให้ทำงานน้อยลงแล้วเอามาเพิ่มค่าการตอบสนองแทนอย่างพวก โหมดเกม ก็จะช่วยลดอัตราการหน่วงในการเล่นเกมลงไปได้

ส่วนเรื่องของการรองรับ Adaptive Sync หรือที่เรารู้กันกันในชื่อของ FreeSync และ G-Sync นั้นเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยปรับอัตราแสดงผลของภาพของเครื่องเล่นและตัวจอให้สอดคล้องกัน โดยเมื่อเปิดใช้งานจะทำให้ภาพจากเกมนั้นไม่ขาดหรือเกิดการคลาดเคลื่อนที่น้อยลงนั่นเอง หากคุณกำลังมองหาสร้อยข้อมือ มีบางสิ่งที่เหมาะกับทุกลุค ตั้งแต่การโอบรับร่างกายไปจนถึงแบบมีโครงสร้าง ตั้งแต่ข้อมือไปจนถึงสายโซ่และข้อมือ

-สำหรับมอนิเตอร์แล้วคงไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะฝั่งนี้เค้าสามารถทำหรือว่ารองรับมาได้ก่อนเป็นระยะเวลานานแล้ว

-แต่สำหรับฝั่งทีวีนั้นหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในยุคนี้น่ะมันมีทีวีที่สามารถรองรับ Adaptive Sync ได้แล้วอย่างฝั่ง Samsung เค้าก็สามารถใช้งาน FreeSync กับตัวทีวีได้ หรือจะฝั่ง LG ทีวีเค้าก็มีการรองรับ G-Sync ในทีวีระดับกลางถึงรุ่นท็อปเลย และผมก็ชื่อว่าในอนาคตแบรนด์อื่นๆ ก็จะนำเทคโนโลยีพวกนี้ใส่เข้ามาในทีวีอีก

คุยถึงข้อเปรียบเทียบกันมาตั้งหลายอย่าง แต่ถ้าไม่พูดถึงราคาก็คงตัดสินใจในการซื้อมาใช้งานได้ยาก

-โดยส่วนใหญ่แล้วทีวีนั้นจะได้เปรียบในเรื่องของราคาต่อขนาดของตัวจอ โดยทีวีนั้นได้ขนาดที่ใหญ่และมีราคาถูกกว่ามอนิเตอร์

-สังเกตดูได้เลยครับ มอนิเตอร์รุ่นท็อปๆ หรือมอนิเตอร์เกมมิ่ง ในท้องตลาดเนี่ยเพียงแค่ขนาด 27 นิ้วขึ้นไป ราคาก็แทบจะเทียบเท่ากับทีวีขนาด 55 นิ้วในบางรุ่นได้แล้ว บางทีอาจจะถูกกว่าซะด้วยซ้ำไป

ถ้าให้ผมสรุปง่ายๆ นะครับว่าเราควรจะซื้อมอนิเตอร์หรือทีวีมาเล่นเกมดี ผมขอแนะนำแบบนี้ดีกว่าครับ

-ถ้าหากโดยส่วนตัวแล้วเราเป็นคนที่ชื่อชอบการเล่นเกมบนคอมพิมเตอร์เป็นหลักอยู่แล้ว ยิ่งถ้าเล่นแนว FPS หรือเกมที่ต้องการใช้ตอบสนองและการจดจ่อบนหน้าจอเป็นเวลานานแล้วล่ะก็ผมเชียร์ให้ซื้อมอนิเตอร์มาใช้จะดีกว่าครับ ทั้งเรื่องระยะการนั่งเล่นการกวาดสายตาตัวมอนิเตอร์จะตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดีกว่าทีวี

-แต่ถ้าใครเป็นเกมเมอร์สายชิลๆ ชอบนั่งหรือนอนเล่นเสพอรรถรสของเกมแบบไม่ได้จริงๆ ดูบนจอใหญ่ๆ สบายๆ สไตล์สายเกมเมอร์เครื่องคอนโซลแล้วล่ะก็ผมแนะนำให้เลือกใช้ทีวีจะดีกว่า ด้วยระยะการรับชมใช้งานั้นที่เหมาะสมกว่า อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านอื่นๆ ได้อีกนอกจากการเล่นเกมไม่ว่าจะเป็นดูหนังดูซีรีส์แบบจอใหญ่ๆ เต็มตา ทีวีนั้นถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งานด้านนี้ครับ

หวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาเสนอให้ทุกคนได้ฟังกันจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย สำหรับการตัดสินใจเลือกใช้จอมอนิเตอร์หรือว่าทีวี ที่เติมเต็มไลฟ์สไตล์ของเราได้มากที่สุดครับ

แหล่งที่มา : Jo_Jo, ปี 2020 แล้ว!! ซื้อมอนิเตอร์หรือทีวี มาใช้เล่นเกมดี บทความนี้คำตอบ!!, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จากhttps://www.lcdtvthailand.com/article/9579/Monitor_Or_TV_For_Gaming.html

 

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!

 

หลายคนที่ใช้งาน Android TV อยู่อาจจะคุ้นเคยกับการเห็นหน้า Home Screen แบบพื้นฐานที่ทางโรงงานตั้งค่ามาให้กันโดยที่ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเราสามารถปรับแต่งหน้าของ Home Screen ได้ตามใจชอบและเหมาะสมกับการใช้งานของเรามากที่สุดได้นั่นเอง

 

ซึ่งในบทความนี่เราจะมีบอกเล่าขั้นตอนในการปรับแต่งหน้าต่าง Home Screen ของ Android TV ให้ถูกใจและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณกัน จะปรับแต่งอย่างไรและมีตรงไหนที่ปรับแต่งได้บ้างมาดูกันได้เลย!!

 

เพิ่มหรือลดแอปไปที่ช่อง Favorite App

หลายคนไม่รู้วว่าในแถวของ Favorite App นั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกเพิ่ม Shortcut หรือทางลัดสำหรับเข้าแอปในโดยผู้ใช้งานสามารถเลือกแอปใหม่สำหรับแถวของ Favorite App ได้ที่ด้านขวาสุดของแถว

และสามารถเลือกลบแอปที่ไม่ได้ต้องการบนแถวด้วยการกดปุ่มเลือกค้างไว้จนหน้าต่าง Remove App เพิ่มขึ้นมาได้ด้วย ทั้งนี้หากต้องการเลื่อนแอปไปที่ด้านซ้านหรือขวาก็สามารถทำได้เช่นเดียวกับการลบโดยเลือกคำสั่ง Move แทนได้นั่นเอง

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ปรับแต่งการเล่นขั้นถัดไปด้วยในแถว Next Channel

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ในแถวของ Play Next นั้น Android TV จะนำเสนอซีรีส์หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้งานนั้นดูค้างไว้หรือว่าตอนต่อไปของซีรีส์นั้นๆ ที่เพิ่งดูจบไป แต่ถ้าหากผู้ใช้ไม่ต้องการให้แถวของ Next Channel นั้นนำเสนอเนื้อหาของบริการใดบริการหนึ่งก็สามารถปิดได้ด้วยเช่นกัน

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

โดยเข้าไปที่ Customize Channels ต่อด้วย Play Next และเข้าไปปิดได้และสามารถเลือกเพิ่มหรือบริการที่จะให้โชว์บนหน้าต่างแถว Next Channel ได้เช่นกัน

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

ลบแถว Channel Row ที่ไม่ได้ใช้งานบน Home Screen ได้

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

หากมีแถวของ Channel Row ที่ผู้ใช้งานนั้นไม่เคยใช้เลยก็สามารถลบได้ด้วยเช่นกันโดยผู้ใช้งานสามารถลบได้ด้วยการเลื่อนปุ่มควบคุมไปทางด้านซ้ายจนเครื่องหมาย “-“ ปรากฏขึ้นมากจากนั้นก็สามารถลบแถว Chennel Row ดังกล่าวได้ทันที *ไม่สามารถลบแถว Channel Row ได้ทุกแถวเนื่องจากบางแถวเป็นค่าเริ่มต้นของ Android TV

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เพิ่ม Channel Row บนหน้า Home Screen

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

นอกเหนือจากลบแล้วเราก็สามารถเลือกที่จะเพิ่ม Channel Row ได้ด้วยเช่นกันโดยการเข้าไปที่ Customize Channels และเลือกเปิดบริการหรือช่อง Channel Row ที่เราต้องการได้จากเมนูดังกล่าวได้เลย

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

เลื่อน Channel Row ขึ้น-ลง ตามที่ต้องการ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

วิธีการเลื่อน Channel Row ก็ไม่ยากโดยเป็นขั้นตอนเดียวกับการเลือกลบแถวนั่นเองโดยผู้ใช้งานจะต้องเลื่อนปุ่มไปทางด้านซ้ายจนสุดและเมื่อถึงด้านซ้ายสุดก็สามารถเลือกแถวของ Channel Row ขึ้นหรือลงได้ตามใจชอบ

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

ติดตั้ง Video Wall และ Wall Mount

 

แหล่งที่มา : TorMoo, มาปรับแต่งหน้า Home Screen ของ Android TV กันเถอะ!!, ค้นวันที่ 10 ธันวาคม 2563 จาก https://www.lcdtvthailand.com/article/10842/how-to-customize-the-android-tv-home-screen.html